บทที่ 6 เป็นเรื่องในนิยาย

เสี่ยวจิ่วเลิกคิ้วขึ้นอย่างตั้งคำถาม เธอทำท่าจะนั่งกลับไปที่เดิมก็ถูกเสียงของเทพชะตาร้องห้ามไว้เสียก่อน

“ดะ เดี๋ยว!!! ข้ายอมให้เจ้าก็ได้ แต่ว่าอาวุธของเจ้าไม่อาจนำไปได้ทั้งหมด”

“ท่านคิดว่าข้าประกอบปืนกับระเบิดไม่ได้เหรอ” เธอถูกฝึกมาไม่น้อยคิดว่าเป็นเรื่องยากสำหรับเธอหรือไง

“เหอะ ข้ารู้ว่าเจ้าเก่ง แต่สิ่งที่เจ้านำไปจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง”

“เอาติดตัวไปเฉยๆ ไม่เอาออกมาขายหรอกไม่ต้องห่วง” เทพชะตาได้แต่ถลึงตามองเธออย่างไม่พอใจ

“เจ้าห้ามนำออกให้ผู้ใดได้เห็น เข้าใจหรือไม่”

“ถ้าไม่เห็นก็คงนำออกมาได้” เธอพึมพำเบาๆ พร้อมทั้งพยักหน้ารับ

“ข้าได้ยิน” เขาส่ายหัวให้กับความเจ้าเล่ห์ที่ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยของเธออย่างจนใจ

เทพชะตาโบกมือเพียงครั้งเดียว บ้านหลังน้อยก็ปรากฏขึ้นมาภายในห้วงมิติ

เสี่ยวจิ่วกำลังจะอ้าปากถาม เพราะมันไม่ใช่ห้องพักของเธอ แต่ก็ถูกเขายกมือขึ้นห้ามเสียก่อน

“เข้าไปดูเสียก่อน ค่อยตำหนิข้า” เสี่ยวจิ่วรีบลุกขึ้นแล้วเดินไปสำรวจบ้านพักทันที

ด้านในไม่ต่างจากห้องพักที่ห้ององค์กรของนางจัดไว้ให้ เพียงแต่ด้านนอกเท่านั้นที่สร้างไว้ตบตาผู้อื่น (แล้วต้องตบตาใคร ในเมื่อไม่มีใครเข้ามานอกจากเธอ)

“เอ๊ะ” เธอเห็นหนังสือเล่มหนึ่งถูกวางไว้บนโต๊ะภายในห้องทำงานของเธอ จึงหยิบขึ้นมาดูอย่างสนใจ ตัวละครด้านในมีชื่อบุคคลไม่ต่างจากที่เธอฝันเห็น “เรื่องทั้งหมดเป็นนิยายเรื่องหนึ่งเหรอ” นางหันไปมองเทพชะตาอย่างไม่เข้าใจ

ด้านในเนื้อหา ยังเขียนบรรยายถึงความร้ายกาจของเซี่ยหรูอวี้ไว้มากมาย ทั้งชะตาชีวิตของนางตามนิยายก็ไม่เหมือนที่ฝันเลยสักนิด เมื่อสุดท้ายแล้วตู้เหลียนกับเซี่ยหรูอวี้ไม่ได้ตกตายด้วยมือโจรป่า แต่ถูกพ่อบ้านเซี่ยพาไปขายที่หอนางโลม ตามคำสั่งของสวีเหมยลี่

ส่วนเซี่ยหยวนถูกหักขาจนกลายเป็นคนพิการ แม้แต่จะลุกขึ้นช่วยมารดาและน้องสาวก็ยังทำไม่ได้ สุดท้ายเขาก็ตายลงข้างถนน โดยไร้คนเหลียวแล

เสี่ยวจิ่วกัดฟันแน่น หากชะตาชีวิตที่เธอต้องไปเจอ ไม่ได้เป็นเช่นความฝัน แต่เป็นไปตามนิยายเธอจะทำเช่นไร ไม่ว่าจะเป็นเช่นไร เธอจะสังหารพวกมันเสียให้หมดก่อนที่เธอจะเป็นฝ่ายถูกกระทำ แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยถามเทพชะตาถึงความจริง ก็ถูกเขาเอ่ยไล่เสียก่อน

“ไปได้แล้ว” เทพชะตาโบกมืออีกครั้งวิญญาณของเสี่ยวจิ่วและเซี่ยหรูอวี้ก็หายไปจากที่ทั้งสองยืนเมื่อครู่ทันที “เล่นสนุกให้เต็มที่เล่า เจ้าเด็กดื้อ” เทพชะตาหัวเราะน้อยๆ ก่อนจะอันตรธานหายไปจากมิติเช่นกัน

เสียงร้องไห้แผ่วเบาของสตรีที่เสี่ยวจิ่วได้ยินอยู่ข้างหู เธอขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย ว่าตอนนี้เธอข้ามมิติมาแล้วใช่หรือไม่

ความรู้สึกที่เสี้ยวจิตวิญญาณของทั้งสองรวมเข้าด้วยกัน ทำให้เสี่ยวจิ่วในตอนนี้เกิดความรู้สึกที่หลากหลาย ไม่ใช่มีเพียงแค่ความเย็นชา ไร้ความรู้สึกเช่นเดิมที่เคยเป็นนักฆ่าอีกแล้ว

เสียงฝีเท้าที่เดินเข้ามาอย่างร้อนใจ พร้อมทั้งเสียงของบุรุษทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างร้อนรน

“ท่านแม่ อวี้เออร์นางเป็นเช่นใดบ้างขอรับ”

“อาหยวน เจ้ารู้ได้อย่างไร” น้ำเสียงที่ทั้งตกใจ ทั้งยินดีของผู้ที่ถูกเรียกว่ามารดาเอ่ยออกมาทั้งน้ำตา

“เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนขอรับ เหตุใดน้องถึงได้ตกน้ำได้เล่าท่านแม่” เขาเดินมาหยุดอยู่ที่ข้างเตียง พร้อมทั้งจับมือหญิงสาวที่นอนนิ่งอยู่บนที่นอนไว้อย่างแผ่วเบา

“สาวใช้ของอวี้เออร์มิได้อยู่ด้วยกันกับนาง มีเพียงสาวใช้ของคุณหนูใหญ่ นางว่าน้องสาวเจ้าจะแย่งปิ่นของคุณหนูใหญ่ จึงได้พลาดพลั้งตกลงบ่อน้ำ” ตู้เหลียนสะอื้นไห้ออกมาเบาๆ

สองแม่ลูกมองหน้ากันอย่างไม่เชื่อในคำพูดของสาวใช้ ด้วยรู้ดีว่าบุตรสาวและน้องสาวของตนเป็นคนเช่นไร นางไม่มีทางไปแย่งของจากเซี่ยหรันเซียนได้แน่นอน

วันนี้ที่จวนตระกูลเซี่ยจัดงานเลี้ยงน้ำชา มีคุณหนูจากจวนตระกูลใหญ่มาเที่ยวเล่นกันไม่น้อย เซี่ยหรูอวี้ที่เป็นเพียงบุตรอนุ นางไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมงานเลี้ยง แล้วนางจะเข้าไปอยู่ภายในงานได้อย่างไร

“รอน้องตื่นขึ้นมาถามให้รู้ความเถิด ท่านแม่ก็อย่าได้เสียใจไปเลย น้องต้องไม่เป็นอันใดมากขอรับ” เซี่ยหยวนเอ่ยปลอบโยนมารดา

สามแม่ลูกมิได้มีชีวิตที่สุขสบายมากนัก แม้มารดาของตนจะเป็นถึงคนโปรดของเซี่ยถงวู่ แต่ด้วยสวีเหมยลี่ฮูหยินเอก ที่เป็นผู้กุมอำนาจในจวน เงินเดือนที่สมควรจะได้รับในทุกเดือนก็มิได้ตกมาถึงมือของทั้งสามคนตามจำนวนที่ควรจะได้

หากตู้เหลียนไม่มีสินเดิมที่ติดตัวมาด้วยจำนวนไม่น้อย ไม่รู้ว่านางจะมีชีวิตอยู่รอดได้อย่างไร แม้แต่ยามที่บุตรทั้งสองเจ็บป่วย เงินส่วนกลางที่ควรจะจ่ายให้ก็ไม่เคยจะได้รับ

เรื่องนี้มิใช่ว่าเซี่ยถงวู่จะไม่รู้ หากเขาสอบถามสวีเหมยลี่เมื่อใด ไม่แคล้วก็จะเกิดเรื่องตามมา ตระกูลสวีที่มีอำนาจมากมายในเมืองหลวง กลับยื่นมือเข้ามายุ่งยากในจวนหลังของผู้อื่นอย่างไม่ละอายใจ

เขาเพียงตำหนิสวีเหมยลี่ไปไม่กี่คำ วันรุ่งขึ้นข่าวเรื่องที่เขาให้ท้ายอนุและบุตรของอนุในจวนก็ถูกชาวเมืองหลวงนินทาเสียแล้ว

ตู้เหลียนแม้จะเป็นถึงบุตรีของอาจารย์ตู้ ที่เป็นถึงอาจารย์ของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน แต่ด้วยนางถูกผู้เป็นบิดามารดาตัดขาดตั้งแต่นางแต่งเข้าจวนตระกูลเซี่ย อาจารย์ตู้เมื่อตู้เหลียนแต่งเข้าไปเป็นอนุแล้ว เขาก็พาภรรยาคู่ใจเดินทางกลับเป่ยหานทันที ทำให้นางไม่อาจจะแก้ต่างในเรื่องที่คนเข้าใจผิดกัน

ทั้งนางยังยินยอมที่จะแต่งเข้ามาเป็นเพียงอนุในจวนตระกูลเซี่ยอย่างเต็มใจ จึงไม่มีผู้ใดมองว่านางเป็นสตรีที่ดีมากนัก

นางต้องอยู่เจียมตัวภายในจวน เลี้ยงดูบุตร ปรนนิบัติผู้เป็นสามี ทนยอมให้สวีเหมยลี่กดนางให้อยู่ใต้ฝ่าเท้ามาเสียหลายปี

เสี่ยวจิ่วนอนฟังสองแม่ลูกพูดคุยกันอย่างตัดพ้อ เห็นทีว่าครั้งนี้ที่เซี่ยหรูอวี้เจ็บตัว คงไม่อาจจะหาตัวคนทำมาลงโทษได้อีกตามเคย ทั้งยังต้องแบกรับคำครหาเรื่องที่นางคิดจะแย่งของจากบุตรีฮูหยินเอกไว้อีกด้วย

“ทนได้ไง” นางได้แต่คิดในใจ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป